โรคเบาหวาน

หมายถึง กลุ่มของโรคที่มีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงโดยโรคเบาหวาน มี 2 ประเภท ได้แก่ โรคเบาหวานประเภทที่ 1 เกิดจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์โดยร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อนได้ และโรคเบาหวานประเภทที่ 2 คือ ปัญหาที่ร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอต่อระดับความต้องการของร่างกาย และภาวะดื้ออินซูลิน โดยประเภทที่พบบ่อย คือ โรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งการรับประทานอาหารที่เป็นบ่อเกิดสาเหตุและอาหารที่มีรสหวานเป็นประจำส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้

ในสหรัฐอเมริกามีคนประมาณ 29 ล้านคนที่ต้องทุกข์ทรมานกับโรคเบาหวานมาหลายปี โดยสัญญาณทางร่างกายที่เตือนล่วงหน้าของโรคกลับถูกมองข้ามไป เพราะคิดว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย ดังนั้น อย่าละเลยที่จะลองตรวจสอบสัญญาณเตือนเบื้องต้นทั้ง 16 ข้อนี้ว่าคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือไม่?

  1. มองเห็นภาพซ้อน การมองเห็นภาพไม่ชัดในบางเวลาหรือการมองเห็นภาพซ้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานในระยะเริ่มแรก ซึ่งหากอาการนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้และไม่ได้รับการรักษา อาจจะแย่ลงกว่าเดิมได้ เนื่องจากเส้นเลือดที่จอประสาทตามีปัญหาและของเหลวในตาไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างปกติ ทำให้จอประสาทตามีปัญหาในเรื่องของการมองเห็นและอาจส่งผลทำให้ตาบอดได้
  2. สีผิวเปลี่ยนไป ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน อาจได้รับผลกระทบจากภาวะ อะแคนโทสิส นิกริแคน คือ พบว่ามีสีผิวปกติที่เปลี่ยนไป โดยสังเกตง่ายๆ ที่บริเวณผิวหนังที่มีรอยพับ เช่น เห็นเป็นปื้นสีดำหนารอบคอ หรืออาจเกิดตามรักแร้ หรือตามขาหนีบ ซึ่งเกิดจากการร่างกายมีการต่อต้านฮอร์โมนอินซูลิน
  3. หิวบ่อยขึ้นจากเดิม เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นผิดปกติเป็นเวลานาน อันเนื่องจากมาการขาดอินซูลินหรือภาวะดื้ออินซูลินก็ตามทำให้น้ำตาลกลูโคสจากเลือดไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านผนังเซลล์เพื่อไปผลิตพลังงานได้ กระบวนการเมทาบอลิซึมในร่างกายจึงเกิดปัญหา ไม่สามารถเปลี่ยนสารอาหารเป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เรารู้สึกต้องกินบ่อยขึ้น
  4. ปัสสาวะบ่อยขึ้น การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ไตทำงานเพื่อจัดการกับน้ำตาลส่วนเกินมากขึ้น เนื่องจากกลไกการทำงานของร่างกายจะส่งสัญญาณให้ต้องขับน้ำตาลในเลือดที่มีอยู่สูงให้ออกมากับปัสสาวะดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องทนทุกข์กับการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ
  5. กระหายน้ำมากขึ้น ผลค้างเขียงที่ต่อเนื่องกันเนื่องจากการปัสสาวะบ่อย จึงทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ จนเกิดภาวะขาดน้ำ ซึ่งการกระหายน้ำมากเกินไปนี้เอง เกิดจากผลข้างเคียงของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินปกติ เพราะฉะนั้นต้องสังเกตตัวเอง เพราะอาการกระหายน้ำบ่อยเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวาน
  6. คันตามผิวหนัง โรคเบาหวานส่งผลโดยตรงกับระบบการไหลเวียนของเลือด คนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีอาหารผิวแห้ง คันตามผิวหนัง และเกิดการอักเสบตามผิวหนังได้ง่ายกว่าคนปกติ บางรายจะมีเกิดจุดสีผิวหนังที่เปลี่ยนไปตามร่างกายเพราะเลือดไปเลี้ยงบางบริเวณไม่เพียงพอ โดยผิวที่เกิดการเปลี่ยนสีสามารถเกิดอาหารคันได้
  7. รู้สึกชาบริเวณมือ เท้า ระดับสภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดความผิดปกติที่ระบบประสาทส่วนปลาย เริ่มจากการรับรู้ได้น้อยลง เกิดความรู้สึกชา เริ่มที่ส่วนปลายมือ ปลายเท้า เมื่อระยะลุกลามไปเรื่อยๆ จะค่อยๆ ขยับเข้ามาถึงขาและแขนตามลำดับ
  8. แผลหายช้า การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงในผู้ป่วยโรคเบาหวานส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี น้ำตาลและไขมันในระบบไม่ถูกนำไปใช้ อยู่ในกระแสเลือดเยอะไปจับบริเวณเส้นเลือดและเส้นเลือดฝอยต่างๆ จนเกิดเส้นเลือดตีบและแข็งตัว ซึ่งบาดแผลอาจเกิดได้เองจากอาการข้างเคียงที่ชาตามปลายแขนปลายเท้าจนไม่มีความรู้สึก ทำให้เกิดอันตรายกับอวัยวะจนเป็นแผล หรือแผลที่เกิดจากอาการคันผิวหนังที่แห้งจากเล็กๆ ลุกลามไปเรื่อยๆ พอเกิดเป็นแผลแล้วไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงจึงเกิดเป็นเนื้อตาย หรือเกิดติดเชื้อจนลุกลามเพราะภูมิคุ้มกันต่ำ
  9. รู้สึกอ่อนเพลียและหมดแรง การมีระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกตินั้นจะชะลอการไหลเวียนของเลือด ทำให้เซลล์ไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อเซลล์ ซึ่งสิ่งนี้เองทำให้เซลล์ไม่ได้รับพลังงาน หรือได้รับไม่เพียงพอ จึงเกิดความเครียดตั้งแต่ระดับเซลล์ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย เมื่อยล้า ขาดพลังงานตามมาได้
  10. น้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติ การที่น้ำหนักของร่างกายเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเบาหวานประเภทที่ 2 คือ การขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมกลูโคส จึงต้องไปเผาผลาญพลังงานจากไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายแทน จนทำให้น้ำหนักตัวโดยรวมลดลง
  11. เป็นฝีหรือแผลผุผองบ่อย ซึ่งอาจจะมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดการติดเชื้อได้ เพราะผู้ป่วยเบาหวานมักภูมิคุ้มกันต่ำ และเมื่อเป็นแผลแล้วจะหายยาก ซึ่งบริเวณที่พบได้เยอะที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นที่มือและเท้า
  12. สังคัง สำหรับผู้ชายอาจจะเกิดเป็นโรคสังคังในบริเวณที่อับชื้น เช่น ต้นขา หรือ ขาหนีบ
  13. ปัญหาทางเพศ แม้ว่าเมื่ออายุที่เพิ่มขึ้นมักก่อให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะส่งผลให้เกิดความเสียหายของเส้นเลือดและเส้นประสาทได้เช่นกัน ซึ่งนั่นจะรวมไปถึงเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศได้น้อยลง เพราะบริเวณอวัยวะเพศเป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดและเส้นประสาทจำนวนมากนั่นเอง
  14. อาการปวดหัว หากคุณกำลังรู้สึกปวดหัวบ่อยครั้ง นั่นกำลังอาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณอาจจะเป็นโรคเบาหวานโดยอาการปวดหัวที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำกว่าปกติและบริเวณศีรษะก็มีเส้นเลือดอยู่จำนวนมาก การผิดปกติของน้ำตาลในเลือดจึงกระทบต่อเส้นเลือดบริเวณเหล่านั้นด้วย สุดท้ายแล้วโรคเบาหวานก็คือ โรคที่เกิดการผิดปกติเรื้อรังของกระบวนการเมทาบอลิซึมที่เกิดจากระดับน้ำตาลกลูโคสของคุณผิดปกติ
  15. รู้สึกคล้ายเข็มทิ่ม คุณเคยรู้สึกเจ็บแปลบคล้ายเข็มทิ่มที่บริเวณในมือหรือเท้าของคุณหรือไม่? จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่มีอะไร หรือ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ากำลังเป็นโรคเบาหวานอยู่หรือเปล่า การผิดปกติของระบบประสาทจากระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติ นอกจากการรู้สึกชาที่ปลายมือ ปลายเท้าแล้ว ยังจะเกิดความรู้สึกเจ็บแปล๊บคล้ายเข็มทิ่มในมือ หรือเท้า หรืออาจคล้ายอาการเหน็บชาเป็นพักๆ
  16. การติดเชื้อง่าย ภัยคุกคามที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของโรคเบาหวาน คือ การส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ลดลง ทำให้ร่างกายของผู้ป่วยติดเชื้อได้ง่าย และติดเชื้อซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดังนั้น หากใครมีอาการต่างๆ เหล่านี้ บวกกับพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ไม่ค่อยระวังเรื่องแป้งและน้ำตาล ก็อาจสันนิษฐานได้ว่าคุณกำลังมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้สูง เพราะฉะนั้นควรรีบพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจที่ละเอียดขึ้นและทำการรักษาต่อไปครับ